22 มีนาคม 2562 ข้าวโพดในพื้นที่บ้านท่าสาป จังหวัดยะลา เริ่มได้รับผลกระทบจากหน้าแล้ง เร่งเจาะบ่อตอกรับมือ

ที่มา: http://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG190322072115586

ข้าวโพดในพื้นที่บ้านท่าสาป จังหวัดยะลา เริ่มได้รับผลกระทบจากหน้าแล้ง น้ำไม่เพียงพอ ผลผลิตออกล่าช้า เกษตรกรเร่งเจาะบ่อตอกรับมือ จากสภาพอากาศที่ร้อนจัด และฝนทิ้งช่วงมากว่า 1 เดือน ในพื้นที่จังหวัดยะลา ได้เริ่มส่งผลกระทบต่อผลผลิตข้าวโพดของเกษตรกรผู้ปลูก ในพื้นที่ หมู่ที่ 4 ตำบลท่าสาป อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา ทำให้ต้นข้าวโพดซึ่งไม่ถึงน้ำเริ่มเหี่ยวเฉาจากโคนต้น และผลผลิตออกล่าช้า เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดต่างเร่งรับมือกับช่วงหน้าแล้ง โดยเกษตรกรบางรายก็จะเจาะบ่อตอก ใช้เครื่องสูบน้ำ ต่อท่อ สปริงเกอร์ ดึงน้ำจากใต้ดินมาใช้สำหรับรดน้ำให้กับต้นข้าวโพด ส่วนเกษตรกรบางรายที่มีแปลงข้าวโพดอยู่ติดริมแม่น้ำ ก็จะใช้เครื่องสูบน้ำจากแม่น้ำขึ้นมาใช้สำหรับรดต้นข้าวโพด เพื่อหล่อเลี้ยงข้าวโพด ซึ่งกำลังจะให้ผลผลิตในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพด ในเนื้อที่ 4 ไร่ บอกว่าปกติจะทำสวนยางเป็นอาชีพหลัก และมาเช่าที่ไวสำหรับปลูกข้าวโพดเพื่อขายผลผลิตเป็นรายได้เสริมในครอบครัว เริ่มปลูกข้าวโพดพันธุ์ไฮบริด มาตั้งแต่เดือนมกราคม 2562 ที่ผ่านมา ช่วงนี้เริ่มเก็บฝักอ่อนขายบ้างแล้ว ส่วนฝักแก่ ก็อีกประมาณอาทิตย์สองอาทิตย์ก็สามารถเก็บผลผลิตขายได้แล้ว โดยจะขายในราคาฝักละ 5-6 บาท ถ้าช่วงข้าวโพดราคาดีก็จะมีรายได้ครั้งละหมื่นกว่าบาท ในปีนี้อากาศกลางวันร้อน และแล้งมากกว่าปีที่แล้ว ฝนไม่ตกเลย น้ำไม่ค่อยเพียงพอ ทำให้ผลผลิตข้าวโพดออกล่าช้า โดยบางต้นที่ได้รับน้ำน้อย ไม่ถึงน้ำ ก็จะเริ่มเหี่ยวเฉา ถึงแม้จะขุดบ่อตอกสูบน้ำบาดาลมาใช้ ต่อท่อสปริงเกอร์ แถวละประมาณ 30 อัน ไปยังแปลงปลูกข้าวโพด รดน้ำทุกวันเช้าเย็นให้กับต้นข้าวโพดแล้ว ถ้าสูบมอเตอร์แรงน้ำก็ไม่ค่อยขึ้น ถ้าสูบเบา  ก็พออยู่ได้ สำหรับค่าใช้จ่ายในช่วงนี้ก็จะเพิ่มขึ้น เนื่องจากต้องซื้อน้ำมันถึงวันละ 100 บาท สำหรับใส่ในมอเตอร์เพื่อสูบน้ำมาใช้ในแปลงข้าวโพด แปลงแตงโม แต่ถ้าประหยัดหน่อยก็จะอยู่ได้ 2 วัน ตั้งแต่เริ่มปลูกมาก็ใช้เงินค่าน้ำมันไปแล้ว 1,500 บาท ซึ่งผลผลิตที่ได้ก็ไม่รู้ว่าจะได้มากน้อยแค่ไหน ขณะที่เกษตรกรบางรายที่มีแปลงข้าวโพดอยู่ติดริมแม่น้ำ ก็จะใช้วิธีการแก้ปัญหาในช่วงหน้าแล้ง โดยสูบน้ำจากแม่น้ำมาใช้สำหรับรดน้ำให้กับแปลงต้นข้าวโพด